Skip to content

เรียนยิงแอดตัวต่อตัว คอร์สจับมือทำโดยอาจารย์ประสบการณ์ 15 ปี

Shops Ads Metrics คืออะไร? วัดผล Facebook Shop Ads

July 1, 2026
Shops Ads Metrics คืออะไร? วัดผล Facebook Shop Ads

“ถ้าขายผ่าน Shop ต้องดูผลลัพธ์ในบริบทของ Shop ไม่ใช่เอาแต่เทียบกับแอดเข้าเว็บไซต์แบบตรง ๆ”

Shops Ads Metrics คือชุดตัวชี้วัดที่ใช้วัดผลโฆษณาที่ขายผ่าน Facebook Shop หรือ Instagram Shop โดยเฉพาะ เช่น Shop Purchases, Purchase ROAS, Cost per Purchase และ Purchases Conversion Value

หลายแบรนด์เริ่มขายสินค้าผ่านระบบ Shop บน Meta มากขึ้น เพราะลูกค้าสามารถดูสินค้า กดดูรายละเอียด เพิ่มสินค้า และซื้อได้ในประสบการณ์ของแพลตฟอร์ม ไม่จำเป็นต้องออกไปยังเว็บไซต์ทุกครั้ง

ปัญหาคือหลายคนยังวัดผล Shops Ads เหมือนแอดที่ส่งคนเข้าเว็บไซต์ทั้งหมด เช่น ดูแค่ยอดคลิก, CTR, CPC หรือจำนวนข้อความที่ทักมา ทั้งที่พฤติกรรมของลูกค้าที่ซื้อผ่าน Shop อาจเกิดขึ้นคนละจุดกับเว็บไซต์

ถ้าธุรกิจขายผ่าน Facebook Shop หรือ Instagram Shop การดูผลลัพธ์จึงต้องโฟกัส Metric ที่สะท้อนการซื้อใน Shop จริง เช่น Shop Purchases, Cost per Shop Purchase, Shop Purchase Value และ Shop ROAS

บทความนี้จะพาเข้าใจว่า Shops Ads Metrics คืออะไร ทำไมแบรนด์ที่ขายผ่าน Facebook Shop และ Instagram Shop ไม่ควรวัดผลเหมือนแอดเข้าเว็บทั้งหมด พร้อมสูตรวิเคราะห์ Cost per Shop Purchase และ Shop ROAS แบบนำไปใช้จริง

ถ้าคุณต้องการเรียนการตลาดออนไลน์ตั้งแต่การยิง Facebook Ads, Meta Ads, Facebook Shop, Instagram Shop, Conversion Tracking, Funnel และการวิเคราะห์ยอดขายจริง สามารถดูรายละเอียดได้ที่ คอร์สเรียนการตลาดออนไลน์ของ DigitalD2M

Shops Ads Metrics คืออะไร วิธีวัดผล Facebook Shop Ads ให้ลึกกว่าแค่ยอดคลิก

สารบัญบทความ

  1. Shops Ads Metrics คืออะไร
  2. ทำไม Shops Ads ไม่ควรวัดเหมือนแอดเข้าเว็บไซต์ทั้งหมด
  3. Facebook Shop และ Instagram Shop คืออะไร
  4. Shop Purchases คืออะไร
  5. Cost per Shop Purchase คืออะไร
  6. Purchase ROAS ใน Shops Ads คืออะไร
  7. Purchases Conversion Value คืออะไร
  8. สูตรวัดผล Shops Ads ที่ควรรู้
  9. Metric ที่ควรดูร่วมกับ Shops Ads Metrics
  10. ตัวอย่างการอ่านผล Facebook Shop Ads
  11. แอดเข้าเว็บไซต์กับแอดขายผ่าน Shop ต่างกันอย่างไร
  12. วิธีปรับ Shops Ads ให้คุ้มขึ้น
  13. Framework SHOP สำหรับวิเคราะห์โฆษณาขายผ่าน Shop
  14. Masterclass วิธีใช้ Shops Ads Metrics แบบมืออาชีพ
  15. Danger Zone จุดพลาดเวลาวัดผล Shops Ads
  16. Checklist ก่อนสรุปว่า Facebook Shop Ads ดีหรือไม่ดี
  17. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Shops Ads Metrics
  18. สรุปก่อนนำไปใช้จริง

Shops Ads Metrics คืออะไร

Shops Ads Metrics คือ Metric ที่ใช้วัดผลโฆษณาที่ขายสินค้าผ่าน Facebook Shop หรือ Instagram Shop โดยดูว่าลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับสินค้าใน Shop อย่างไร และเกิดยอดซื้อจริงมากแค่ไหน

Metric กลุ่มนี้สำคัญสำหรับแบรนด์ที่ใช้ Meta Shops เป็นช่องทางขาย เช่น แบรนด์แฟชั่น เครื่องสำอาง สกินแคร์ อาหารเสริม Gadget สินค้าไลฟ์สไตล์ หรือร้านค้าที่ต้องการให้ลูกค้าซื้อผ่านประสบการณ์ในแพลตฟอร์ม

ตัวอย่าง Shops Ads Metrics ที่ควรดู เช่น:

  • Shop Purchases
  • Cost per Shop Purchase
  • Purchase ROAS
  • Purchases Conversion Value
  • Product Views
  • Add to Cart
  • Checkout
  • Purchase

หัวใจของ Shops Ads Metrics คือช่วยให้ธุรกิจไม่ดูแค่ยอดคลิกหรือยอดเข้าชมสินค้า แต่ดูต่อว่าคนที่เห็นโฆษณาไปถึงขั้นซื้อผ่าน Shop จริงหรือไม่ และยอดซื้อนั้นคุ้มกับค่าโฆษณาแค่ไหน

ทำไม Shops Ads ไม่ควรวัดเหมือนแอดเข้าเว็บไซต์ทั้งหมด

Shops Ads ไม่ควรถูกวัดเหมือนแอดเข้าเว็บไซต์ทั้งหมด เพราะเส้นทางของลูกค้าอาจเกิดขึ้นภายใน Facebook Shop หรือ Instagram Shop โดยตรง

แอดเข้าเว็บไซต์มักวัดจากการที่ลูกค้าคลิกออกจาก Facebook หรือ Instagram ไปยังหน้าเว็บ แล้วเกิด Action เช่น View Content, Add to Cart, Checkout หรือ Purchase บนเว็บไซต์

แต่ Shops Ads อาจเกิดพฤติกรรมในระบบ Shop เช่น ดูสินค้าใน Shop, กดดูรายละเอียดสินค้า, เพิ่มสินค้า, กดชำระเงิน หรือซื้อผ่านประสบการณ์ในแพลตฟอร์ม

ถ้าธุรกิจวัด Shops Ads ด้วยมุมเว็บไซต์อย่างเดียว อาจเกิดปัญหา เช่น:

  • เข้าใจว่าแอดไม่มีผล เพราะ Traffic เข้าเว็บน้อย
  • มองข้ามยอดขายที่เกิดใน Shop
  • ดูแค่ CTR หรือ CPC แต่ไม่ดู Shop Purchases
  • เทียบ Cost per Purchase ของเว็บกับ Shop แบบตรงเกินไป
  • ไม่เห็นว่าสินค้าไหนขายดีใน Shop
  • ตัดสินใจปิดแคมเปญที่อาจสร้างยอดขายใน Shop ได้ดี

ดังนั้นถ้าธุรกิจขายผ่าน Shop ต้องดูผลลัพธ์ในบริบทของ Shop ไม่ใช่เอาแต่เทียบกับแอดเข้าเว็บไซต์แบบตรง ๆ

Facebook Shop และ Instagram Shop คืออะไร

Facebook Shop และ Instagram Shop คือพื้นที่แสดงสินค้าในระบบ Meta ที่ช่วยให้แบรนด์นำสินค้ามาจัดแสดงเป็น Catalog ให้ลูกค้าค้นหา ดูสินค้า และเข้าสู่ขั้นตอนซื้อได้ง่ายขึ้น

สำหรับบางธุรกิจ Shop ทำหน้าที่เหมือนหน้าร้านย่อยในแพลตฟอร์ม ช่วยให้ลูกค้าที่เห็นคอนเทนต์หรือโฆษณาสามารถดูสินค้าต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องออกไปค้นหาเอง

ตัวอย่างธุรกิจที่ใช้ Shop ได้ดี เช่น:

  • แฟชั่น
  • เครื่องสำอาง
  • สกินแคร์
  • อาหารเสริม
  • สินค้าแม่และเด็ก
  • ของใช้ในบ้าน
  • Gadget
  • สินค้าไลฟ์สไตล์
  • สินค้าที่มีหลาย SKU
  • สินค้าที่ลูกค้าชอบดูภาพและเปรียบเทียบก่อนซื้อ

เมื่อธุรกิจใช้ Shop เป็นส่วนหนึ่งของ Funnel การวัดผลจึงควรดูทั้งยอดคลิก ยอดดูสินค้า ยอดเพิ่มตะกร้า และยอดซื้อที่เกิดจาก Shop เพื่อให้เห็นภาพจริงของโฆษณา

Shop Purchases คืออะไร

Shop Purchases คือจำนวนการซื้อที่เกิดขึ้นผ่านประสบการณ์ของ Shop หรือถูกนับในบริบทของการขายผ่าน Shop

Metric นี้ช่วยให้ธุรกิจรู้ว่าโฆษณาที่ส่งลูกค้าไปยัง Shop หรือมีสินค้าใน Shop เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การซื้อ สามารถสร้างยอดขายจริงได้กี่ครั้ง

สิ่งสำคัญคือ Shop Purchases ไม่ควรถูกดูแค่จำนวนครั้ง แต่ควรดูร่วมกับมูลค่ายอดซื้อและต้นทุนด้วย

ตัวอย่างเช่น:

  • Campaign A ได้ Shop Purchases 100 ครั้ง แต่ยอดซื้อรวม 30,000 บาท
  • Campaign B ได้ Shop Purchases 60 ครั้ง แต่ยอดซื้อรวม 48,000 บาท

ถ้าดูแค่จำนวน Purchase แคมเปญ A อาจดูดีกว่า แต่ถ้าดูมูลค่ายอดซื้อและ ROAS แคมเปญ B อาจคุ้มกว่าจริง

ดังนั้น Shop Purchases เป็น Metric สำคัญ แต่ต้องอ่านร่วมกับ Purchase ROAS, Purchases Conversion Value และ Cost per Purchase เสมอ

Cost per Shop Purchase คืออะไร

Cost per Shop Purchase คือค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ธุรกิจต้องจ่ายเพื่อให้เกิดการซื้อผ่าน Shop หนึ่งครั้ง

Metric นี้ช่วยตอบคำถามว่า “หนึ่งยอดซื้อผ่าน Facebook Shop หรือ Instagram Shop ใช้ค่าแอดเท่าไหร่”

สูตร: Cost per Shop Purchase = Amount Spent / Shop Purchases

ตัวอย่างเช่น:

  • Amount Spent = 15,000 บาท
  • Shop Purchases = 75 ครั้ง

ตัวอย่าง: 15,000 / 75 = 200 บาทต่อ Shop Purchase

แปลว่าแคมเปญนี้ใช้เงินเฉลี่ย 200 บาท เพื่อให้เกิดการซื้อผ่าน Shop หนึ่งครั้ง

อย่างไรก็ตาม Cost per Shop Purchase ยังไม่บอกว่าคุ้มหรือไม่ ต้องดูต่อว่าแต่ละ Purchase มีมูลค่าเท่าไหร่ และหลังหักต้นทุนแล้วเหลือกำไรจริงหรือไม่

Purchase ROAS ใน Shops Ads คืออะไร

Purchase ROAS ในบริบทของ Shops Ads คือผลตอบแทนจากมูลค่ายอดซื้อที่เกิดจากโฆษณา โดยนำมูลค่ายอดซื้อมาเทียบกับ Amount Spent หรือเงินโฆษณาที่ใช้ไป

Metric นี้สำคัญมาก เพราะช่วยให้ธุรกิจเห็นว่าโฆษณาที่ขายผ่าน Shop สร้างมูลค่ากลับมากี่เท่าของค่าโฆษณา

ถ้า Purchase ROAS เท่ากับ 4 แปลว่าใช้ค่าแอด 1 บาท สร้างมูลค่ายอดซื้อกลับมา 4 บาท

สิ่งที่ควรระวังคือ ROAS ยังไม่ใช่กำไรสุทธิ เพราะยังไม่ได้หักต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง ค่าธรรมเนียม ส่วนลด ค่าแพ็กสินค้า และต้นทุนอื่น ๆ

ดังนั้น Purchase ROAS ควรใช้ร่วมกับ Margin และกำไรจริง ไม่ใช่ดูเพียงตัวเลข ROAS แล้วสรุปว่าแคมเปญกำไรแน่นอน

Purchases Conversion Value คืออะไร

Purchases Conversion Value คือมูลค่ายอดซื้อรวมที่เกิดจาก Purchase Events หรือยอดซื้อที่ระบบบันทึกได้จากโฆษณา

สำหรับ Shops Ads ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นว่า Shop Purchases ที่เกิดขึ้นมีมูลค่ารวมเท่าไหร่ ไม่ใช่แค่เกิดการซื้อกี่ครั้ง

ตัวอย่างเช่น:

  • Purchase ครั้งที่ 1 = 390 บาท
  • Purchase ครั้งที่ 2 = 790 บาท
  • Purchase ครั้งที่ 3 = 1,190 บาท

Purchases Conversion Value รวมจะเท่ากับ 2,370 บาท

Metric นี้สำคัญมาก เพราะถ้าธุรกิจมีสินค้าหลายราคา แพ็กหลายแบบ หรือมี Bundle การดูแค่จำนวน Purchase อาจไม่พอ ต้องดูด้วยว่ายอดซื้อแต่ละครั้งสร้างมูลค่ากลับมาเท่าไหร่

สูตรวัดผล Shops Ads ที่ควรรู้

การวัดผล Shops Ads ควรมีสูตรพื้นฐานเพื่อช่วยให้ทีมอ่านผลลัพธ์ได้เป็นระบบ ไม่ใช่ดูตัวเลขแบบแยกส่วน

สูตร: Cost per Shop Purchase = Amount Spent / Shop Purchases

สูตรนี้ใช้ดูต้นทุนเฉลี่ยต่อหนึ่งยอดซื้อผ่าน Shop

สูตร: Shop ROAS = Shop Purchase Value / Amount Spent

สูตรนี้ใช้ดูว่าเงินโฆษณาที่ใช้ไปสร้างมูลค่ายอดซื้อผ่าน Shop กลับมากี่เท่า

ตัวอย่าง:

  • Amount Spent = 20,000 บาท
  • Shop Purchases = 100 ครั้ง
  • Shop Purchase Value = 80,000 บาท

Cost per Shop Purchase: 20,000 / 100 = 200 บาทต่อ Purchase

Shop ROAS: 80,000 / 20,000 = 4

แปลว่าแคมเปญนี้ใช้เงิน 200 บาทเพื่อให้เกิดยอดซื้อหนึ่งครั้ง และใช้เงินโฆษณา 1 บาทสร้างมูลค่ายอดซื้อกลับมา 4 บาท

Metric ที่ควรดูร่วมกับ Shops Ads Metrics

Shops Ads Metrics ไม่ควรถูกดูเดี่ยว ๆ เพราะการซื้อผ่าน Shop มีหลายจุดที่ต้องวิเคราะห์ ตั้งแต่คนเห็นสินค้า ไปจนถึงซื้อสำเร็จ

Metric ใช้ดูอะไร อ่านร่วมกันอย่างไร
Shop Purchases จำนวนยอดซื้อที่เกิดผ่าน Shop ใช้ดู Volume ของการซื้อ แต่ต้องดูมูลค่าร่วมด้วย
Cost per Purchase ต้นทุนต่อหนึ่งยอดซื้อ ดูว่าการซื้อหนึ่งครั้งแพงหรือถูกเมื่อเทียบกับ Margin
Purchase ROAS ผลตอบแทนจากมูลค่ายอดซื้อ ดูว่าเงินแอดสร้างยอดซื้อกลับมากี่เท่า
Purchases Conversion Value มูลค่ายอดซื้อรวม ใช้ดูว่าการซื้อที่เกิดขึ้นมีมูลค่ามากแค่ไหน
Product Views คนดูสินค้ากี่ครั้ง ถ้าดูสินค้าเยอะแต่ไม่ซื้อ ต้องตรวจหน้า Product และ Offer
Add to Cart คนเพิ่มสินค้าเข้าตะกร้า ถ้าเพิ่มตะกร้าเยอะแต่ไม่ซื้อ ต้องดู Checkout หรือความน่าเชื่อถือ
AOV มูลค่าเฉลี่ยต่อออเดอร์ ถ้า AOV สูงขึ้น ROAS อาจดีขึ้นแม้ Purchase ไม่เพิ่มมาก

การอ่านผลที่ดีควรดูทั้งจำนวน Purchase, ต้นทุนต่อ Purchase, มูลค่ายอดซื้อ, ROAS และคุณภาพสินค้าที่ขายได้ร่วมกัน

ตัวอย่างการอ่านผล Facebook Shop Ads

ลองดูตัวอย่างการวิเคราะห์แคมเปญที่ขายผ่าน Facebook Shop หรือ Instagram Shop

แคมเปญ Amount Spent Shop Purchases Shop Purchase Value Shop ROAS
Campaign A 10,000 บาท 80 32,000 บาท 3.2
Campaign B 10,000 บาท 50 45,000 บาท 4.5
Campaign C 10,000 บาท 35 56,000 บาท 5.6

จากตัวอย่าง Campaign A ได้ Shop Purchases มากที่สุด แต่ Shop ROAS ต่ำกว่า Campaign B และ Campaign C

Campaign C ได้ Purchase น้อยกว่า แต่สร้างยอดซื้อรวมสูงกว่า เพราะลูกค้าอาจซื้อสินค้ามูลค่าสูงกว่า หรือซื้อแพ็กใหญ่กว่า

นี่คือเหตุผลที่การวัดผล Shops Ads ต้องดูทั้งจำนวนยอดซื้อและมูลค่ายอดซื้อ ไม่ใช่ดูแค่ Purchase Count อย่างเดียว

แอดเข้าเว็บไซต์กับแอดขายผ่าน Shop ต่างกันอย่างไร

แอดเข้าเว็บไซต์และแอดขายผ่าน Shop อาจมีเป้าหมายเหมือนกันคือสร้างยอดขาย แต่เส้นทางการตัดสินใจและจุดวัดผลอาจต่างกัน

หัวข้อ แอดเข้าเว็บไซต์ แอดขายผ่าน Shop
เส้นทางลูกค้า ออกจากแพลตฟอร์มไปยังเว็บไซต์ ดูสินค้าและซื้อในประสบการณ์ของ Shop
Metric หลัก Website Purchase, Website ROAS, Pixel Events Shop Purchases, Purchase ROAS, Shop Purchase Value
ข้อดี ควบคุมหน้าเว็บและ Funnel ได้มากกว่า ลูกค้าไม่ต้องออกจากแพลตฟอร์ม อาจดูสินค้าง่ายขึ้น
ข้อควรระวัง เว็บช้า หน้า Checkout ยาก Tracking ผิดได้ ต้องดูผลในบริบทของ Shop และ Catalog ให้ครบ

ธุรกิจไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอไป บางแบรนด์อาจใช้ทั้งเว็บไซต์และ Shop ร่วมกัน แต่ต้องวัดผลแยกให้ชัดว่าแต่ละช่องทางสร้างยอดขายและกำไรอย่างไร

วิธีปรับ Shops Ads ให้คุ้มขึ้น

การปรับ Shops Ads ให้คุ้มขึ้น ไม่ใช่แค่ลดค่าแอด แต่ต้องทำให้เส้นทางจากการเห็นสินค้าไปสู่การซื้อราบรื่นและน่าเชื่อถือขึ้น

1. ปรับ Catalog ให้ข้อมูลสินค้าชัด

ชื่อสินค้า ภาพสินค้า ราคา รายละเอียด และตัวเลือกสินค้า ควรชัดเจน เพราะลูกค้าใน Shop อาจตัดสินใจจากข้อมูลเหล่านี้โดยตรง

2. ใช้ภาพสินค้าที่ช่วยให้ตัดสินใจง่าย

สินค้าควรมีภาพที่เห็นชัด ดูน่าเชื่อถือ และสื่อสารประโยชน์ได้ดี ไม่ใช่ภาพสวยอย่างเดียวแต่ไม่ช่วยขาย

3. แยกสินค้าขายดีออกมาวิเคราะห์

อย่าดู ROAS รวมอย่างเดียว ควรดูว่าสินค้า SKU ไหนขายดี SKU ไหน Margin ดี และ SKU ไหนควรได้งบเพิ่ม

4. ใช้ Offer ให้เหมาะกับพฤติกรรมใน Shop

เช่น Set คุ้มกว่า, Bundle, ซื้อหลายชิ้นคุ้มขึ้น, โปรลูกค้าใหม่ หรือข้อเสนอที่ทำให้ AOV สูงขึ้น

5. ใช้ Retargeting กับคนที่เคยดูสินค้า

คนที่เคยดูสินค้าใน Shop แต่ยังไม่ซื้อ อาจต้องเห็นรีวิว Proof, โปรโมชัน, Reminder หรือสินค้าที่เคยสนใจอีกครั้ง

6. ดู ROAS คู่กับ Margin

สินค้าที่ ROAS สูงแต่ Margin ต่ำ อาจไม่ได้กำไรจริงมากเท่าสินค้าที่ ROAS ต่ำกว่าแต่ Margin สูงกว่า

ถ้าธุรกิจต้องการให้ทีมช่วยวิเคราะห์ Facebook Ads, Instagram Shop, Product Catalog, Shops Ads, Retargeting, Conversion Tracking และยอดขายจริง สามารถดูรายละเอียดได้ที่ บริการการตลาดออนไลน์ DigitalD2M

Framework SHOP สำหรับวิเคราะห์โฆษณาขายผ่าน Shop

ก่อนสรุปว่า Shops Ads ดีหรือไม่ดี ลองใช้ Framework SHOP เพื่อดูให้ครบตั้งแต่สินค้า ประสบการณ์ใน Shop ไปจนถึงกำไรจริง

  1. S – Sales Value: มูลค่ายอดซื้อจาก Shop เท่าไหร่
  2. H – High-intent Product: สินค้าไหนมี Intent สูงและมีโอกาสปิดการขายดี
  3. O – Order Cost: Cost per Shop Purchase อยู่ในระดับที่รับได้หรือไม่
  4. P – Profit & ROAS: Purchase ROAS และ Margin หลังขายจริงคุ้มไหม

ตัวอย่างการใช้ Framework SHOP:

  • Sales Value: แคมเปญสร้าง Shop Purchase Value 80,000 บาท
  • High-intent Product: สินค้า Set 3 ชิ้นขายดีกว่าสินค้าเดี่ยว
  • Order Cost: Cost per Shop Purchase อยู่ที่ 180 บาท
  • Profit & ROAS: ROAS ดี แต่ต้องเช็ก Margin ว่าแพ็กที่ขายได้เหลือกำไรจริงเท่าไหร่

ถ้าต้องการเรียนการตลาดออนไลน์แบบเข้าใจทั้ง Facebook Ads, Instagram Shop, Product Catalog, Funnel, Retargeting และการวิเคราะห์ตัวเลขจริง สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ คอร์สเรียนการตลาดออนไลน์ของ DigitalD2M

Masterclass: วิธีใช้ Shops Ads Metrics แบบมืออาชีพ

Masterclass 1: อย่าตัดสิน Shops Ads จากยอดคลิกอย่างเดียว

แนวคิด: ลูกค้าใน Shop อาจดูสินค้าและซื้อในแพลตฟอร์มได้ ดังนั้นยอดคลิกอย่างเดียวอาจไม่ได้บอกภาพทั้งหมด

วิธีนำไปใช้: ดู Shop Purchases, Cost per Purchase, Purchase ROAS และ Purchases Conversion Value ร่วมกับ CTR และ CPC เพื่อเห็นทั้งความสนใจและยอดขายจริง

ตัวอย่าง: แคมเปญหนึ่ง CTR ไม่สูงมาก แต่คนที่คลิกเข้ามาดูสินค้าแล้วซื้อดี ทำให้ Cost per Purchase ต่ำและ ROAS สูงกว่าแคมเปญที่คลิกเยอะกว่า

Masterclass 2: สินค้าที่ขายดีใน Shop อาจไม่ใช่สินค้าที่กำไรดีที่สุด

แนวคิด: บาง SKU อาจขายง่ายและสร้าง Purchase เยอะ แต่ Margin ต่ำ ในขณะที่บาง SKU ขายได้น้อยกว่าแต่กำไรต่อออเดอร์สูงกว่า

วิธีนำไปใช้: แยกดูผลตาม Product หรือ Catalog Segment เพื่อวิเคราะห์ว่าสินค้าไหนควร Scale สินค้าไหนควรใช้เป็นตัวเปิด Funnel และสินค้าไหนควรทำ Bundle

ตัวอย่าง: สินค้าเดี่ยวขายได้เยอะ แต่กำไรต่ำ ส่วนแพ็ก Set ขายได้น้อยกว่า แต่ AOV และ Margin สูงกว่า อาจควรทำ Creative และ Offer เพื่อดันแพ็ก Set เพิ่ม

Masterclass 3: Shop ROAS ต้องอ่านคู่กับประสบการณ์สินค้าใน Catalog

แนวคิด: ถ้า ROAS ต่ำ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่โฆษณาอย่างเดียว แต่อาจอยู่ที่ภาพสินค้า รายละเอียดสินค้า ราคา รีวิว หรือ Offer ใน Shop

วิธีนำไปใช้: ตรวจเส้นทางจากโฆษณาไปสินค้า ดูว่าลูกค้าเห็นอะไรบ้าง มีข้อมูลพอให้ตัดสินใจไหม และสินค้าใน Catalog สื่อสารคุณค่าได้ชัดหรือไม่

ตัวอย่าง: แอดดึงคนเข้าดูสินค้าได้ดี แต่ Purchase ต่ำ อาจต้องปรับชื่อสินค้า ภาพสินค้า รายละเอียด ราคา หรือ Bundle เพื่อให้ตัดสินใจง่ายขึ้น

Danger Zone: จุดพลาดเวลาวัดผล Shops Ads

ข้อผิดพลาดที่ 1: เอา Shops Ads ไปเทียบกับ Website Ads แบบตรงเกินไป
คำอธิบายคือเส้นทางลูกค้าไม่เหมือนกัน ผลเสียคือประเมินแคมเปญผิดจากบริบทของช่องทาง แนวทางคือวัดผลแยกตามช่องทางและพฤติกรรมลูกค้า

ข้อผิดพลาดที่ 2: ดูแค่ยอดคลิก ไม่ดู Shop Purchases
คำอธิบายคือยอดคลิกบอกความสนใจ แต่ไม่บอกว่าสร้างยอดซื้อจริงไหม ผลเสียคือเพิ่มงบให้แคมเปญที่คนคลิกเยอะแต่ไม่ซื้อ แนวทางคือดู Cost per Purchase และ Purchase ROAS ร่วมด้วย

ข้อผิดพลาดที่ 3: ดู Purchase Count แต่ไม่ดูมูลค่ายอดซื้อ
คำอธิบายคือออเดอร์แต่ละครั้งมีมูลค่าไม่เท่ากัน ผลเสียคือมองข้ามแคมเปญที่ขายแพ็กใหญ่หรือสินค้ามูลค่าสูง แนวทางคือดู Purchases Conversion Value และ Shop ROAS

ข้อผิดพลาดที่ 4: ไม่แยกผลตามสินค้า
คำอธิบายคือสินค้าแต่ละตัวมี Margin, AOV และความต้องการต่างกัน ผลเสียคือไม่รู้ว่าควรดัน SKU ไหน แนวทางคือแยกดูผลตามสินค้า หมวดสินค้า หรือ Catalog

ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่ปรับ Catalog แต่โทษแอดอย่างเดียว
คำอธิบายคือภาพสินค้า ชื่อสินค้า ราคา และรายละเอียดใน Shop มีผลต่อการตัดสินใจ ผลเสียคือแก้แคมเปญผิดจุด แนวทางคือปรับทั้ง Ads Creative และ Product Catalog ไปพร้อมกัน

Checklist ก่อนสรุปว่า Facebook Shop Ads ดีหรือไม่ดี

  • ดู Shop Purchases แล้วหรือยัง
  • ดู Cost per Shop Purchase แล้วหรือยัง
  • ดู Purchase ROAS แล้วหรือยัง
  • ดู Purchases Conversion Value แล้วหรือยัง
  • ดู AOV ของยอดซื้อผ่าน Shop แล้วหรือยัง
  • แยกผลตามสินค้า SKU หรือ Catalog แล้วหรือยัง
  • ดู Margin ของสินค้าที่ขายได้แล้วหรือยัง
  • ดู Product Views แล้วหรือยังว่าคนสนใจสินค้าไหม
  • ดู Add to Cart และ Checkout แล้วหรือยังว่าหลุดตรงไหน
  • ตรวจภาพสินค้า ชื่อสินค้า และรายละเอียดสินค้าใน Shop แล้วหรือยัง
  • เทียบผล Shops Ads กับ Website Ads แยกบริบทแล้วหรือยัง
  • ไม่ได้ตัดสินแคมเปญจากยอดคลิกอย่างเดียวใช่ไหม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Shops Ads Metrics

1. Shops Ads Metrics คืออะไรแบบสั้น ๆ

Shops Ads Metrics คือชุดตัวชี้วัดที่ใช้วัดผลโฆษณาที่ขายผ่าน Facebook Shop หรือ Instagram Shop เช่น Shop Purchases, Cost per Purchase, Purchase ROAS และ Purchases Conversion Value

2. Cost per Shop Purchase คำนวณอย่างไร

สูตรคือ Cost per Shop Purchase = Amount Spent / Shop Purchases เช่น ใช้งบ 10,000 บาท ได้ Shop Purchases 50 ครั้ง ต้นทุนต่อหนึ่ง Purchase คือ 200 บาท

3. Shop ROAS คำนวณอย่างไร

สูตรคือ Shop ROAS = Shop Purchase Value / Amount Spent ใช้ดูว่าเงินโฆษณา 1 บาท สร้างมูลค่ายอดซื้อผ่าน Shop กลับมากี่บาท

4. Shops Ads ควรเทียบกับแอดเข้าเว็บไซต์ไหม

เทียบได้ แต่ต้องเทียบอย่างระวัง เพราะเส้นทางลูกค้าและจุดวัดผลอาจต่างกัน ควรดูผลแยกตามช่องทาง แล้วค่อยดูว่าช่องทางไหนสร้างยอดขายและกำไรดีที่สุด

5. ถ้า Shop Purchases ต่ำ ควรแก้อะไรก่อน

ควรตรวจทั้ง Ads Creative, Product Catalog, ภาพสินค้า, รายละเอียดสินค้า, ราคา, Offer, รีวิว, Add to Cart, Checkout และ Retargeting เพราะปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่แอดเพียงอย่างเดียว

สรุป: Shops Ads Metrics ช่วยวัดผล Facebook Shop Ads ให้ลึกกว่าแค่ยอดคลิก

Shops Ads Metrics คือ Metric ที่ใช้วัดผลโฆษณาที่ขายผ่าน Facebook Shop หรือ Instagram Shop โดยช่วยให้ธุรกิจเห็นทั้งจำนวนยอดซื้อ ต้นทุนต่อยอดซื้อ และมูลค่ายอดซื้อที่เกิดจาก Shop

Metric สำคัญที่ควรดู ได้แก่ Shop Purchases, Cost per Purchase, Purchase ROAS และ Purchases Conversion Value

สูตรพื้นฐานที่ควรใช้คือ Cost per Shop Purchase = Amount Spent / Shop Purchases และ Shop ROAS = Shop Purchase Value / Amount Spent

ถ้าขายผ่าน Shop ธุรกิจไม่ควรวัดผลเหมือนแอดเข้าเว็บไซต์ทั้งหมด เพราะลูกค้าอาจดูสินค้า กดซื้อ หรือเกิดประสบการณ์การซื้อในระบบ Shop โดยตรง

การวิเคราะห์ที่ดีควรดูทั้งยอดซื้อ มูลค่ายอดซื้อ ROAS, Margin, AOV, Product Catalog, Product Views, Add to Cart และ Checkout เพื่อรู้ว่าโฆษณาสร้างยอดขายจริงหรือไม่

หัวใจสำคัญคือ ถ้าขายผ่าน Shop ต้องดูผลลัพธ์ในบริบทของ Shop ไม่ใช่เอาแต่เทียบกับแอดเข้าเว็บไซต์แบบตรง ๆ

ถ้าธุรกิจเข้าใจ Shops Ads Metrics จะสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าแคมเปญไหนควรเพิ่มงบ สินค้าไหนควรดัน และจุดไหนใน Shop ต้องปรับเพื่อให้ยอดขายคุ้มขึ้น

ถ้าธุรกิจต้องการเห็นตัวอย่างงานด้านการวางกลยุทธ์โฆษณา คอนเทนต์ เว็บไซต์ และระบบวัดผล สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ ผลงาน Digital Marketing และ Online Advertising

อย่าวัด Facebook Shop Ads แค่ยอดคลิก ต้องรู้ว่าสินค้าขายจริงและคุ้มจริงไหม

ถ้าคุณอยากวิเคราะห์ Facebook Ads ให้ลึกกว่าแค่ยอดคลิก DigitalD2M ช่วยดูทั้ง Shops Ads, Product Catalog, Purchase ROAS, Cost per Purchase, Retargeting, Funnel, Conversion Tracking และยอดขายจริง เพื่อให้ธุรกิจวัดผลได้แม่นและคุ้มขึ้น

DigitalD2M — วางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ โฆษณา และระบบ AI Marketing ให้ธุรกิจเติบโตอย่างวัดผลได้