Skip to content

เรียนยิงแอดตัวต่อตัว คอร์สจับมือทำโดยอาจารย์ประสบการณ์ 15 ปี

Custom Columns คืออะไร สร้าง Metric เองใน Google Ads

May 28, 2026
Custom Columns, Google Ads, Google Ads Metrics, เทคนิคยิงแอด, KPI โฆษณา

“คนยิงแอดส่วนใหญ่ดูแค่ Metric มาตรฐาน เช่น CPC, CTR, CPA หรือ ROAS แต่ธุรกิจจริงมักมี KPI เฉพาะกว่านั้น Custom Columns จึงเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ Google Ads รายงานผลในมุมที่ใกล้กับธุรกิจจริงมากขึ้น”

Custom Columns คือฟีเจอร์ใน Google Ads ที่ให้ผู้ลงโฆษณาสร้างคอลัมน์ข้อมูลหรือ Google Ads Metrics ของตัวเอง แทนการดูเฉพาะคอลัมน์มาตรฐานที่ระบบมีให้ เช่น Clicks, Impressions, CTR, CPC, Conversions, Cost per Conversion หรือ ROAS

จุดเด่นของ Custom Columns คือช่วยให้คนยิงแอดสร้างมุมมองข้อมูลที่ตรงกับ KPI โฆษณา ของธุรกิจจริงมากขึ้น เช่น CTR เฉพาะมือถือ, CPA เฉพาะ Conversion Action ที่เป็น Lead คุณภาพ, ROAS เฉพาะสินค้าบางกลุ่ม, Conversion Rate ของฟอร์มปรึกษาฟรี หรือสัดส่วนค่าใช้จ่ายเทียบกับยอดขายบางประเภท

Google อธิบายใน Google Ads Help: About custom columns ว่า Custom Columns ช่วยให้ผู้ลงโฆษณากำหนดและดูข้อมูลเฉพาะส่วนที่สำคัญกับตัวเองได้ เช่น แทนที่จะดู CTR รวมทั้งหมด ก็สามารถสร้างคอลัมน์แยกเพื่อดู Desktop CTR หรือ Mobile CTR ได้

Google ยังอธิบายใน Google Ads Help: Create custom columns ว่า Custom Columns สามารถสร้างจาก Metric, Formula, Filter และ Operator ต่าง ๆ ได้ และสามารถนำไปใช้ดูในตารางสถิติของ Google Ads เพื่อให้เห็นข้อมูลที่สำคัญกับบัญชีมากขึ้น

ดังนั้น Custom Columns ไม่ใช่แค่ฟีเจอร์สำหรับคนชอบทำรายงานสวย ๆ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับ เทคนิคยิงแอด ที่ต้องการวัดผลลึกกว่าตัวเลขพื้นฐาน เพราะในหลายธุรกิจ CPA รวมอาจดูดี แต่ CPA เฉพาะ Lead คุณภาพอาจแพงมาก หรือ ROAS รวมอาจดูสูง แต่ถ้าหักต้นทุนสินค้าและค่าดำเนินการแล้ว กำไรจริงอาจไม่ได้ดีอย่างที่เห็น

ถ้าต้องการเรียน Google Ads แบบเป็นระบบ ตั้งแต่การอ่าน Metric, Custom Columns, Conversion Tracking, Enhanced Conversions, Smart Bidding, Search Ads และการวิเคราะห์รายงาน สามารถดูรายละเอียดได้ที่ คอร์ส Google Ads Beginner to Expert หรือถ้าต้องการให้ทีมช่วยวางระบบโฆษณาและรายงานผลให้เชื่อมกับยอดขายจริง สามารถดูที่ บริการรับทำโฆษณา Facebook, TikTok และ Google Ads

Custom Columns Google Ads Google Ads Metrics เทคนิคยิงแอด KPI โฆษณา CPA ROAS

สารบัญบทความ

  1. Custom Columns คืออะไร
  2. ทำไม Metric มาตรฐานอาจยังไม่พอ
  3. Custom Columns ทำงานอย่างไร
  4. ตัวอย่างการใช้ Custom Columns ใน Google Ads
  5. ทำไม Custom Columns ช่วยอ่าน KPI ธุรกิจได้ดีขึ้น
  6. ใช้ Custom Columns ดู Lead Quality ได้อย่างไร
  7. ใช้ Custom Columns ดู ROAS หลังหักต้นทุนได้ไหม
  8. แยกดู Metric ตามอุปกรณ์หรือ Conversion Action ได้อย่างไร
  9. วิธีสร้าง Custom Columns ใน Google Ads
  10. ข้อควรระวังก่อนสร้าง Metric เอง
  11. Framework COLUMN สำหรับออกแบบ Custom Columns
  12. Masterclass: ตัวอย่างการใช้จริง
  13. Danger Zone: จุดพลาดที่ควรเลี่ยง
  14. Checklist ก่อนใช้ Custom Columns
  15. FAQ คำถามที่พบบ่อย
  16. สรุปแนวคิดสำคัญ

Custom Columns คืออะไร

Custom Columns คือคอลัมน์ข้อมูลที่ผู้ลงโฆษณาสร้างเองใน Google Ads โดยใช้ Metric ที่มีอยู่แล้วในระบบมาผสมกับ Filter, Formula, Operator หรือ Function เพื่อสร้างมุมมองรายงานที่เฉพาะกับธุรกิจมากขึ้น

ตัวอย่างง่าย ๆ คือ แทนที่จะดู CTR รวมทุกอุปกรณ์ เราอาจสร้าง Custom Column เพื่อดู CTR เฉพาะ Mobile หรือแทนที่จะดู Conversions รวมทั้งหมด เราอาจสร้างคอลัมน์ที่ดูเฉพาะ Conversion Action ที่เป็น “Lead คุณภาพ” เท่านั้น

สรุปง่าย ๆ: Custom Columns คือการสร้างคอลัมน์ Metric ใน Google Ads ให้ตรงกับ KPI ของธุรกิจ แทนที่จะดูเฉพาะตัวเลขมาตรฐานที่ระบบเตรียมไว้ให้

ทำไม Metric มาตรฐานอาจยังไม่พอ

Metric มาตรฐานใน Google Ads เช่น CPC, CTR, CPA และ ROAS มีประโยชน์มาก แต่บางครั้งยังไม่ตอบคำถามเชิงธุรกิจได้ลึกพอ เพราะธุรกิจไม่ได้ต้องการแค่คลิกถูก หรือ Conversion เยอะ แต่ต้องการลูกค้าที่มีคุณภาพ ปิดการขายได้จริง และสร้างกำไรได้จริง

ตัวอย่างเช่น แคมเปญหนึ่งอาจมี CPA ต่ำ แต่ Lead ส่วนใหญ่เป็นคนที่ไม่มีงบซื้อจริง อีกแคมเปญ CPA สูงกว่า แต่ทีมขายปิดการขายได้มากกว่า ถ้าดูแค่ CPA รวม อาจตัดสินผิดว่าแคมเปญแรกดีกว่า ทั้งที่แคมเปญที่สองอาจสร้างกำไรให้ธุรกิจมากกว่า

Metric มาตรฐานอาจตอบไม่ครบในกรณีเหล่านี้

  • ต้องการดูเฉพาะ Lead คุณภาพ ไม่ใช่ Lead รวมทั้งหมด
  • ต้องการดู CPA เฉพาะ Conversion Action บางประเภท
  • ต้องการแยก CTR มือถือออกจาก Desktop
  • ต้องการดู ROAS หลังหักต้นทุนสินค้า
  • ต้องการดูสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายจริง
  • ต้องการดู Metric เฉพาะแคมเปญ กลุ่มสินค้า หรือ Funnel Stage บางประเภท

Custom Columns ทำงานอย่างไร

Custom Columns ทำงานโดยให้เรานำข้อมูลใน Google Ads มาสร้างเป็นสูตรเฉพาะ เช่น เอา Clicks เฉพาะ Mobile มาหารด้วย Impressions เฉพาะ Mobile เพื่อดู Mobile CTR หรือเอา Cost มาหารด้วย Conversion Action เฉพาะ Lead Form เพื่อดู CPA ของฟอร์มโดยเฉพาะ

Google Ads รองรับทั้งการสร้างแบบ Visual Mode และ Text Mode โดย Visual Mode เหมาะกับคนที่ไม่อยากเขียนสูตรเองทั้งหมด ส่วน Text Mode เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมสูตรละเอียดขึ้น แต่ต้องพิมพ์ชื่อ Column, Filter และ Function ให้ถูกต้องตามที่ระบบกำหนด

1. เลือก Metric

เช่น Cost, Clicks, Conversions, Conversion Value หรือ Impressions

2. ใส่ Filter

เช่น Device, Conversion Action, Campaign Type หรือ Network

3. สร้าง Formula

ใช้การบวก ลบ คูณ หาร หรือ Function เพื่อสร้าง Metric ที่ต้องการ

ตัวอย่างการใช้ Custom Columns ใน Google Ads

จุดที่ทำให้ Custom Columns มีประโยชน์มาก คือสามารถปรับให้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจได้ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจคอร์สเรียน คลินิก E-commerce บริการรับทำโฆษณา อสังหา รถยนต์ B2B หรือธุรกิจที่มี Funnel หลายขั้น

Mobile CTR: ดู CTR เฉพาะมือถือ เพื่อเช็กว่าครีเอทีฟและข้อความแอดดึงดูดผู้ใช้มือถือพอหรือยัง
Quality Lead CPA: ดูต้นทุนเฉพาะ Lead ที่ทีมขายให้คุณภาพผ่านเกณฑ์
Form Conversion Rate: ดู Conversion Rate เฉพาะคนที่กรอกฟอร์ม ไม่รวม Conversion Action อื่น
Profit-adjusted ROAS: ดู ROAS แบบปรับตามต้นทุนหรือ Margin เพื่อให้ใกล้กับกำไรจริงมากขึ้น
Search Lead Share: ดูสัดส่วน Lead ที่มาจาก Search เทียบกับ Campaign Type อื่น

ทำไม Custom Columns ช่วยอ่าน KPI ธุรกิจได้ดีขึ้น

KPI ของแต่ละธุรกิจไม่เหมือนกัน ธุรกิจคอร์สเรียนอาจสนใจ Cost per Qualified Lead, คลินิกอาจสนใจต้นทุนต่อคนจองคิว, E-commerce อาจสนใจ ROAS หลังหักต้นทุนสินค้า ส่วนธุรกิจ B2B อาจสนใจ Cost per Sales Qualified Lead มากกว่า Cost per Lead ทั่วไป

Custom Columns ช่วยให้คนยิงแอดสร้างคอลัมน์ที่ใกล้กับเป้าหมายจริงของธุรกิจมากขึ้น เช่น แทนที่จะดู Conversions รวมทั้งหมด ก็สร้างคอลัมน์เฉพาะ Conversion Action ที่สำคัญจริง หรือแทนที่จะดู ROAS รวม ก็สร้างมุมมองที่หัก Cost บางประเภทออก เพื่อให้เห็นภาพความคุ้มที่แม่นขึ้น

แนวคิดสำคัญ

  • Google Ads Metrics ที่ดีควรตอบคำถามธุรกิจ ไม่ใช่แค่ตอบคำถามระบบโฆษณา
  • CPA ต่ำไม่พอ ต้องดูว่า Lead นั้นมีคุณภาพจริงหรือไม่
  • ROAS สูงไม่พอ ต้องดู Margin และกำไรจริงประกอบ
  • CTR สูงไม่พอ ต้องดูว่าคลิกนั้นพาไปสู่ Conversion คุณภาพหรือไม่
  • Custom Columns ช่วยเปลี่ยนรายงานจาก “ดูตัวเลข” เป็น “อ่านธุรกิจ” ได้ดีขึ้น

ใช้ Custom Columns ดู Lead Quality ได้อย่างไร

สำหรับธุรกิจ Lead Generation เช่น คอร์สเรียน คลินิก อสังหา ประกัน B2B หรือบริการที่ต้องให้ฝ่ายขายปิดการขาย การดู Cost per Lead รวมอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะ Lead บางส่วนอาจกรอกฟอร์มเล่น ๆ ไม่มีงบ ไม่ตรงกลุ่ม หรือคุยแล้วไม่พร้อมซื้อจริง

ถ้ามีการส่งข้อมูล Conversion Action แยก เช่น Lead, Qualified Lead, Booked Appointment หรือ Closed Sale กลับเข้า Google Ads อย่างถูกต้อง เราสามารถสร้าง Custom Columns เพื่อดูต้นทุนเฉพาะ Lead ที่ผ่านเกณฑ์ได้ เช่น Cost / Qualified Leads หรือ Qualified Leads / Leads เพื่อดูอัตราคุณภาพของ Lead

ตัวอย่าง Custom Columns สำหรับ Lead Quality

  • Cost per Qualified Lead
  • Qualified Lead Rate
  • Booked Appointment CPA
  • Sales Qualified Lead CPA
  • Lead to Booking Rate
  • Cost per Closed Sale ถ้ามีข้อมูลยอดขายส่งกลับระบบ

ใช้ Custom Columns ดู ROAS หลังหักต้นทุนได้ไหม

Custom Columns ช่วยสร้างมุมมอง ROAS ที่ลึกขึ้นได้ แต่ต้องเข้าใจข้อจำกัดก่อน ถ้าบัญชี Google Ads มีแค่ Conversion Value รวม แต่ไม่ได้ส่งข้อมูลต้นทุนสินค้า Margin หรือกำไรจริงเข้าไป ระบบจะยังไม่รู้กำไรจริงของธุรกิจ

อย่างไรก็ตาม ผู้ลงโฆษณาสามารถใช้ Custom Columns เพื่อสร้างสูตรเบื้องต้น เช่น Conversion Value คูณด้วย Margin เฉลี่ย แล้วหารด้วย Cost เพื่อประเมินภาพรวมความคุ้มแบบใกล้เคียงขึ้นได้ แต่ถ้าธุรกิจมี Margin ต่างกันมากในแต่ละสินค้า ควรเชื่อมข้อมูล Conversion Value และต้นทุนให้ละเอียดขึ้นผ่านระบบหลังบ้านหรือ CRM

ข้อควรระวัง

  • Custom Columns ไม่ได้รู้กำไรจริง ถ้าเราไม่ได้ส่งข้อมูลที่จำเป็นเข้า Google Ads
  • สูตร ROAS หลังหักต้นทุนแบบใช้ Margin เฉลี่ยเป็นเพียงการประมาณ
  • ถ้าสินค้า Margin ต่างกันมาก ควรส่ง Conversion Value ให้ละเอียดขึ้น
  • อย่าใช้ ROAS รวมตัดสินทุกสินค้า ถ้ามูลค่าและกำไรแต่ละกลุ่มต่างกันมาก

แยกดู Metric ตามอุปกรณ์หรือ Conversion Action ได้อย่างไร

หนึ่งในการใช้ Custom Columns ที่เห็นภาพง่ายที่สุดคือการแยก Metric ตามอุปกรณ์ เช่น Mobile, Desktop หรือ Tablet เพราะพฤติกรรมผู้ใช้แต่ละอุปกรณ์ไม่เหมือนกัน มือถืออาจคลิกเยอะกว่าแต่กรอกฟอร์มน้อยกว่า หรือ Desktop อาจมี Conversion Rate สูงกว่าในธุรกิจ B2B

อีกมุมที่สำคัญคือการแยก Conversion Action เพราะบางบัญชีมีหลาย Conversion เช่น Page View, Click LINE, Form Submit, Phone Call, Add to Cart, Purchase หรือ Booking ถ้าดู Conversions รวมทั้งหมด อาจทำให้เข้าใจผิดว่าแคมเปญดี ทั้งที่ Conversion ส่วนใหญ่อาจเป็น Action เบา ๆ ไม่ใช่ยอดขายจริง

Device View: Mobile CTR, Desktop CVR, Mobile CPA, Desktop CPA
Action View: Form Submit CPA, Phone Call CPA, LINE Click CPA, Purchase ROAS
Funnel View: Lead Rate, Booking Rate, Purchase Rate, Qualified Lead Rate

วิธีสร้าง Custom Columns ใน Google Ads

การสร้าง Custom Columns สามารถทำได้จากตารางรายงานใน Google Ads โดยเข้าไปที่ Columns แล้วเลือก Modify columns จากนั้นกดสร้าง Custom column ใหม่ ตั้งชื่อคอลัมน์ ใส่คำอธิบาย เลือก Metric ที่ต้องการ และเพิ่ม Filter หรือ Formula ตามเป้าหมายของรายงาน

Step 1: เข้า Google Ads แล้วเปิดตาราง Campaigns, Ad groups, Ads หรือ Keywords
Step 2: กด Columns แล้วเลือก Modify columns
Step 3: เลือก Custom column แล้วตั้งชื่อคอลัมน์ให้เข้าใจง่าย
Step 4: เลือก Metric เช่น Cost, Clicks, Conversions หรือ Conversion value
Step 5: เพิ่ม Filter หรือ Formula เช่น เฉพาะ Device, เฉพาะ Conversion Action หรือคำนวณอัตราส่วนเอง
Step 6: เลือกรูปแบบข้อมูล เช่น Number, Percent หรือ Currency แล้วกด Save

ข้อควรระวังก่อนสร้าง Metric เอง

Custom Columns มีประโยชน์มาก แต่ถ้าสร้างสูตรผิดหรือเลือกข้อมูลผิด ก็อาจทำให้ตัดสินใจผิดได้เหมือนกัน เพราะคอลัมน์ที่เราสร้างขึ้นเองจะดูน่าเชื่อถือมากในรายงาน แต่เบื้องหลังอาจคำนวณจากข้อมูลที่ไม่ตรงกับความหมายทางธุรกิจจริง

1. ตั้งชื่อคอลัมน์ไม่ชัด: ทีมอาจเข้าใจผิดว่า Metric นี้หมายถึงอะไร ควรตั้งชื่อให้สื่อชัด เช่น Qualified Lead CPA ไม่ใช่ CPA 2

2. ใช้ Conversion Action ผิด: ถ้าเอา Action เบา ๆ มานับเป็น Lead คุณภาพ รายงานจะดูดีเกินจริง

3. ใช้ Margin เฉลี่ยแบบไม่ระวัง: ถ้าสินค้า Margin ต่างกันมาก สูตร ROAS หลังหักต้นทุนอาจคลาดเคลื่อน

4. ไม่ตรวจสูตร: สูตรผิดเพียงจุดเดียวอาจทำให้รายงานทั้งชุดผิดหมด

5. ดู Custom Metric อย่างเดียว: ควรดูร่วมกับ Metric พื้นฐาน เช่น Cost, Clicks, Conversions, CPA และ ROAS เสมอ

Framework COLUMN สำหรับออกแบบ Custom Columns

  1. C – Clarify KPI: ระบุให้ชัดว่าต้องการวัด KPI อะไร เช่น Lead คุณภาพ, ROAS หลังหักต้นทุน หรือ Mobile CTR
  2. O – Organize Data: ตรวจว่าข้อมูลที่ต้องใช้มีอยู่ใน Google Ads หรือส่งเข้าระบบแล้วหรือยัง
  3. L – Label Clearly: ตั้งชื่อ Custom Column ให้ชัด เพื่อให้ทีมอ่านรายงานเข้าใจตรงกัน
  4. U – Use Filters: ใช้ Filter แยก Device, Conversion Action, Campaign Type หรือ Segment ที่สำคัญ
  5. M – Make Formula Simple: เริ่มจากสูตรที่เข้าใจง่ายก่อน อย่าสร้างสูตรซับซ้อนจนตรวจสอบไม่ได้
  6. N – Never Skip Validation: ตรวจผลลัพธ์เทียบกับข้อมูลจริงก่อนใช้ตัดสินใจเพิ่มงบหรือลดงบ

Masterclass: ตัวอย่างการใช้จริง

Masterclass 1: คอร์ส Google Ads ที่ต้องแยก Lead ธรรมดากับ Lead คุณภาพ

ธุรกิจคอร์สเรียนอาจมี Conversion หลายแบบ เช่น คลิก LINE, กรอกฟอร์ม, โทรสอบถาม และสมัครเรียนจริง ถ้าดู Conversions รวมทั้งหมด อาจทำให้เข้าใจผิดว่าแคมเปญดี ทั้งที่ Conversion จำนวนมากอาจเป็นแค่คลิก LINE แต่ยังไม่ได้เป็นผู้เรียนจริง

ถ้าโปรโมต คอร์ส Google Ads Beginner to Expert ควรสร้าง Custom Columns เช่น Cost per Form Lead, Cost per Qualified Lead และ Qualified Lead Rate เพื่อดูว่าแคมเปญไหนดึงคนที่มีโอกาสสมัครเรียนจริง

Masterclass 2: คลินิกที่ต้องดู Booking ไม่ใช่แค่ Lead

คลินิกอาจได้ Lead เยอะจากแคมเปญ แต่ถ้าคนไม่จองคิวจริงหรือไม่มาตามนัด ต้นทุนโฆษณาอาจไม่ได้คุ้ม Custom Columns จึงช่วยแยกได้ว่าแคมเปญไหนสร้าง Booking จริง และแคมเปญไหนได้แค่ Lead ที่ยังไม่พร้อมเข้ารับบริการ

ตัวอย่าง Custom Columns ที่ควรมี เช่น Cost per Booking, Booking Rate, Call Lead CPA และ Booking Conversion Value เพื่อให้ทีมโฆษณาและทีมขายคุยกันด้วยตัวเลขชุดเดียวกัน

Masterclass 3: บริการรับทำโฆษณาที่ต้องรายงานมากกว่า CPC และ CPA

บริการรับทำโฆษณาไม่ควรรายงานลูกค้าแค่ Clicks, CPC, CTR และ CPA รวม เพราะลูกค้าต้องการรู้ว่างบโฆษณาช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจจริงแค่ไหน Custom Columns ช่วยสร้างรายงานที่ตรงกับ KPI ของลูกค้าแต่ละรายมากขึ้น

หากต้องการให้ทีมช่วยวางระบบ Google Ads, Custom Columns, Conversion Tracking, Enhanced Conversions และการวัด Lead Quality สามารถดูรายละเอียดที่ บริการรับทำโฆษณา Facebook, TikTok และ Google Ads

Danger Zone: จุดพลาดที่ควรเลี่ยง

1. สร้าง Metric เยอะเกินไป: รายงานที่มี Custom Columns มากเกินไปอาจทำให้ทีมสับสนและไม่รู้ว่าควรดูตัวไหนก่อน

2. สูตรไม่ตรงกับธุรกิจ: เช่น ใช้ Margin เฉลี่ยทั้งบัญชี ทั้งที่สินค้าแต่ละตัวกำไรต่างกันมาก

3. ใช้ Conversion Action ผิด: ถ้านับคลิก LINE เป็น Lead คุณภาพ รายงานจะดูดีเกินจริง

4. ไม่ตรวจข้อมูลหลังบ้าน: Google Ads อาจบอกว่า Lead ดี แต่ทีมขายอาจปิดไม่ได้จริง ต้องเช็ก CRM หรือยอดขายร่วมด้วย

5. ตั้งชื่อไม่ชัด: ควรตั้งชื่อคอลัมน์ให้ทีมเข้าใจทันที เช่น Qualified Lead CPA, Booking CPA, Mobile CTR

6. ใช้ Custom Column แทนการวิเคราะห์ทั้งหมด: Custom Columns เป็นเครื่องมือช่วยดูข้อมูล แต่ยังต้องใช้การวิเคราะห์บริบททางธุรกิจร่วมด้วย

Checklist ก่อนใช้ Custom Columns

  • รู้ชัดหรือยังว่า Custom Column นี้ต้องตอบ KPI อะไร
  • ข้อมูลที่ใช้คำนวณมีอยู่ใน Google Ads แล้วหรือยัง
  • Conversion Action ถูกแยกและตั้งชื่อชัดเจนหรือไม่
  • สูตรคำนวณตรวจสอบได้หรือไม่
  • ตั้งชื่อคอลัมน์ให้ทีมเข้าใจตรงกันหรือไม่
  • เลือก Data Format ถูกต้องหรือไม่ เช่น Number, Percent หรือ Currency
  • ใช้ Filter ถูกต้องหรือไม่ เช่น Device, Conversion Action หรือ Campaign Type
  • ตรวจผลลัพธ์กับข้อมูลจริงก่อนใช้ตัดสินใจหรือยัง
  • มีการแยก Metric สำคัญออกจาก Metric เสริมชัดเจนหรือไม่
  • ใช้ร่วมกับ CPA, ROAS, Lead Quality และยอดขายจริงหรือไม่
  • มีแผนปรับ Custom Columns เมื่อ KPI ธุรกิจเปลี่ยนหรือไม่

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Custom Columns

1. Custom Columns คืออะไร

Custom Columns คือคอลัมน์ข้อมูลที่ผู้ลงโฆษณาสร้างเองใน Google Ads โดยใช้ Metric, Filter, Formula หรือ Function เพื่อดูข้อมูลในมุมที่เฉพาะกับธุรกิจมากขึ้น

2. Custom Columns เหมาะกับใคร

เหมาะกับคนยิงแอดที่ต้องการวิเคราะห์มากกว่า Metric มาตรฐาน เช่น ต้องการดู CPA เฉพาะ Lead คุณภาพ, CTR เฉพาะมือถือ, ROAS เฉพาะสินค้า หรือ Conversion Rate เฉพาะ Action สำคัญ

3. Custom Columns ใช้แทน Report ภายนอกได้ไหม

ใช้ช่วยดูข้อมูลใน Google Ads ได้ดี แต่ถ้าต้องการกำไรจริง Lead Quality จากทีมขาย หรือข้อมูล CRM อาจต้องเชื่อมข้อมูลจากระบบภายนอกหรือดูประกอบกัน

4. Custom Columns สร้าง ROAS หลังหักต้นทุนได้ไหม

ทำได้ในระดับประมาณการถ้ามีสูตร Margin หรือข้อมูล Conversion Value ที่เหมาะสม แต่ถ้าต้นทุนสินค้าแตกต่างกันมาก ควรส่งข้อมูลมูลค่าและต้นทุนให้ละเอียดขึ้นเพื่อให้รายงานแม่นขึ้น

5. เริ่มใช้ Custom Columns ควรเริ่มจากอะไร

เริ่มจากสร้างคอลัมน์ที่ตอบคำถามสำคัญที่สุดของธุรกิจ เช่น Cost per Qualified Lead, Mobile CTR, Booking CPA หรือ Profit-adjusted ROAS แล้วตรวจสูตรให้ถูกก่อนใช้ตัดสินใจจริง

สรุป: Custom Columns ช่วยให้ Google Ads รายงานตาม KPI ธุรกิจจริงมากขึ้น

Custom Columns เป็นฟีเจอร์สำคัญใน Google Ads สำหรับคนที่ไม่อยากดูแค่ Metric สำเร็จรูป แต่ต้องการสร้างมุมมองข้อมูลที่ตรงกับ KPI ของธุรกิจมากขึ้น เช่น Lead Quality, ROAS หลังหักต้นทุน, CTR เฉพาะมือถือ หรือ Conversion Rate เฉพาะ Action สำคัญ

จุดแข็งของ Custom Columns คือช่วยให้คนยิงแอดมองเห็นข้อมูลที่เฉพาะและใช้ตัดสินใจได้ดีขึ้น แต่ต้องระวังเรื่องสูตร ข้อมูลตั้งต้น และความหมายทางธุรกิจ เพราะถ้าสร้าง Metric ผิด รายงานจะดูน่าเชื่อถือแต่พาให้ตัดสินใจผิดได้

วิธีใช้ที่ดีที่สุดคือเริ่มจาก KPI ที่สำคัญจริง ตั้งชื่อคอลัมน์ให้ชัด ใช้ Filter อย่างมีเหตุผล ตรวจสูตรกับข้อมูลจริง และดูร่วมกับ CPA, ROAS, Lead Quality, Close Rate และยอดขายหลังบ้านเสมอ

สำหรับคนที่อยากเรียน Google Ads ตั้งแต่การอ่าน Metric, Custom Columns, Conversion Tracking, Enhanced Conversions, Smart Bidding และการวิเคราะห์รายงาน สามารถดู คอร์ส Google Ads Beginner to Expert และถ้าต้องการใช้ AI ช่วยวิเคราะห์แคมเปญ โฆษณา และข้อมูลการตลาด สามารถดู คอร์ส AI Driven Marketing & Advertising

อย่าดูแค่ Metric มาตรฐานใน Google Ads ถ้าธุรกิจของคุณมี KPI ที่ลึกกว่านั้น ให้ใช้ Custom Columns ช่วยแยกข้อมูลที่สำคัญจริง

ถ้าคุณต้องการเรียน Google Ads แบบเป็นระบบ ตั้งแต่การอ่าน Metric, Custom Columns, Conversion Tracking, Smart Bidding ไปจนถึงการวิเคราะห์ผลลัพธ์เชิงธุรกิจ หรืออยากให้ทีมมืออาชีพช่วยวางระบบโฆษณาและรายงานผลให้เชื่อมกับยอดขายจริง DigitalD2M มีทั้งคอร์สเรียนและบริการให้เลือกตามเป้าหมายธุรกิจของคุณ

DigitalD2M — วางกลยุทธ์ Google Ads, Custom Columns, Conversion Tracking, Smart Bidding และระบบวัดผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างวัดผลได้