Skip to content

เรียนยิงแอดตัวต่อตัว คอร์สจับมือทำโดยอาจารย์ประสบการณ์ 15 ปี

Pre-Sell Ads คืออะไร อุ่นลูกค้าก่อนยิงขายตรง

May 26, 2026
Pre-Sell Ads, Facebook Ads, Meta Ads, เทคนิคยิงแอด, Sales Funnel

“แอดที่ดีบางตัวไม่ได้มีหน้าที่ปิดการขายทันที แต่มีหน้าที่ทำให้ลูกค้าเข้าใจปัญหา เชื่อถือแบรนด์ และพร้อมซื้อขึ้น ก่อนจะพาเขาไปเจอแอดขายจริงในจังหวะที่เหมาะกว่า”

Pre-Sell Ads คือโฆษณาที่ไม่ได้เน้นขายตรงทันทีตั้งแต่ครั้งแรก แต่ใช้เพื่ออุ่นลูกค้า ให้ข้อมูล สร้างความเข้าใจ ตอบข้อกังวล และทำให้ลูกค้ารู้สึกพร้อมมากขึ้นก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการขายจริง เช่น การทักแชต กรอกฟอร์ม สมัครคอร์ส จองคิว หรือซื้อสินค้า

หลายธุรกิจยิง Facebook Ads แล้วอยากให้ลูกค้าซื้อทันทีจากแอดแรก แต่ในความเป็นจริง สินค้าและบริการบางประเภทไม่เหมาะกับการขายตรงทันที โดยเฉพาะคอร์สเรียน บริการที่ปรึกษา คลินิก อสังหา รถยนต์ สินค้าราคาแพง หรือธุรกิจที่ต้องใช้ความเชื่อใจสูง ลูกค้ากลุ่มนี้มักต้องการข้อมูลมากกว่าหนึ่งจุดก่อนตัดสินใจ

Meta อธิบายเรื่องการเลือก Objective ใน Ads Manager ว่าผู้ลงโฆษณาควรเลือก Objective ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจ เช่น Awareness, Traffic, Engagement, Leads หรือ Sales ดังนั้นไม่ใช่ทุกแคมเปญต้องเริ่มจากการขายทันที บางแคมเปญอาจเหมาะกับการสร้างการรับรู้ การมีส่วนร่วม หรือการพาคนไปอ่านข้อมูลก่อน ดูข้อมูล Meta เรื่องการเลือก Campaign Objective

แนวคิดนี้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่ได้ตัดสินใจเป็นเส้นตรงเสมอไป Think with Google อธิบายแนวคิด Messy Middle ว่าลูกค้ามักอยู่ในช่วงสำรวจและประเมินตัวเลือกก่อนซื้อ ดังนั้นคอนเทนต์ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจ เปรียบเทียบ และมั่นใจขึ้นจึงมีบทบาทสำคัญในเส้นทางการตัดสินใจ ดูข้อมูล Think with Google เรื่อง Messy Middle

ดังนั้น Pre-Sell Ads จึงเหมาะกับการใช้บทความ วิดีโอ รีวิว เคสจริง FAQ หรือคอนเทนต์ให้ความรู้ เพื่อทำให้ลูกค้าเข้าใจปัญหาและเห็นคุณค่าของสินค้า/บริการก่อน แล้วค่อยใช้ Retargeting หรือ Direct Sales Ads ยิงต่อไปหาคนที่มีสัญญาณความสนใจแล้ว

ถ้าต้องการเรียนการวาง Facebook Ads Funnel ตั้งแต่ Pre-Sell Content, Creative, Retargeting ไปจนถึงการปิดการขาย สามารถดูรายละเอียดได้ที่ คอร์ส Facebook Ads Zero to Advance หรือถ้าต้องการให้ทีมช่วยวางแคมเปญและคอนเทนต์อุ่นลูกค้าให้เชื่อมกับยอดขายจริง สามารถดูที่ บริการรับทำโฆษณา Facebook, TikTok และ Google Ads

Pre-Sell Ads Facebook Ads Meta Ads เทคนิคยิงแอด Sales Funnel Retargeting

สารบัญบทความ

  1. Pre-Sell Ads คืออะไร
  2. ทำไมบางธุรกิจไม่ควรยิงขายตรงทันที
  3. Pre-Sell Ads ต่างจาก Direct Sales Ads อย่างไร
  4. Pre-Sell Ads อยู่ตรงไหนใน Customer Journey
  5. ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับ Pre-Sell Ads
  6. คอนเทนต์แบบไหนใช้เป็น Pre-Sell ได้ดี
  7. วาง Funnel จาก Pre-Sell ไปสู่ยอดขายอย่างไร
  8. ใช้ Retargeting ต่อจาก Pre-Sell Ads อย่างไร
  9. วัดผล Pre-Sell Ads ต้องดู Metric อะไร
  10. Framework PRESELL สำหรับวางแคมเปญ
  11. Masterclass: วิธีนำไปใช้ในธุรกิจจริง
  12. Danger Zone: จุดพลาดที่ควรเลี่ยง
  13. Checklist ก่อนยิง Pre-Sell Ads
  14. FAQ คำถามที่พบบ่อย
  15. สรุปแนวคิดสำคัญ

Pre-Sell Ads คืออะไร

Pre-Sell Ads คือโฆษณาที่ใช้คอนเทนต์นำหน้าการขาย เช่น บทความ วิดีโอ รีวิว เคสจริง เช็กลิสต์ หรือ FAQ เพื่อทำให้ลูกค้ารู้จักปัญหา เห็นความสำคัญ เข้าใจทางเลือก และมั่นใจกับแบรนด์มากขึ้น ก่อนที่จะเจอแอดขายตรงในขั้นต่อไป

พูดให้ง่ายขึ้นคือ Pre-Sell Ads ไม่ได้ถามลูกค้าทันทีว่า “ซื้อเลยไหม” แต่เริ่มจากการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “ปัญหานี้เกี่ยวกับฉัน” และ “แบรนด์นี้เข้าใจฉัน” ก่อน จากนั้นจึงค่อยพาไปสู่ข้อเสนอ ราคา หรือขั้นตอนการซื้อ

สรุปง่าย ๆ: Pre-Sell Ads คือแอดอุ่นลูกค้า ทำให้ลูกค้าเข้าใจและพร้อมขึ้น ก่อนจะยิงขายจริงด้วย Direct Sales Ads หรือ Retargeting

ทำไมบางธุรกิจไม่ควรยิงขายตรงทันที

สินค้าบางประเภทลูกค้าอาจซื้อได้ทันที เช่น สินค้าราคาต่ำ โปรชัด หรือสินค้าที่คุ้นเคยอยู่แล้ว แต่บางธุรกิจลูกค้าต้องคิดนาน ต้องเปรียบเทียบ ต้องเชื่อใจแบรนด์ หรือกลัวตัดสินใจผิด การยิงขายตรงตั้งแต่แอดแรกอาจเร็วเกินไป

ถ้าลูกค้ายังไม่รู้จักแบรนด์ ยังไม่เข้าใจปัญหา ยังไม่เห็นหลักฐาน หรือยังไม่รู้ว่าทำไมควรเลือกเรา การยิงแอดขายตรงอาจทำให้เขาเลื่อนผ่าน แม้สินค้า/บริการของเราจะดีจริงก็ตาม

สัญญาณว่าธุรกิจควรใช้ Pre-Sell Ads

  • ลูกค้าถามข้อมูลเยอะก่อนซื้อ
  • สินค้า/บริการมีราคาสูงหรือความเสี่ยงในใจสูง
  • ลูกค้าต้องเปรียบเทียบหลายเจ้า
  • แบรนด์ยังใหม่และต้องสร้างความเชื่อมั่น
  • ลูกค้าต้องเห็นรีวิวหรือเคสจริงก่อนตัดสินใจ
  • ยิงขายตรงแล้วคนคลิกหรือทัก แต่ปิดการขายยาก

Pre-Sell Ads ต่างจาก Direct Sales Ads อย่างไร

Pre-Sell Ads และ Direct Sales Ads ไม่ได้แทนกันทั้งหมด แต่ทำงานคนละหน้าที่ใน Funnel แอดที่ดีควรมีทั้งคอนเทนต์อุ่นลูกค้าและแอดขายตรง โดยใช้ให้เหมาะกับระดับความพร้อมของลูกค้า

Pre-Sell Ads: ให้ความรู้ เล่าปัญหา สร้างความเข้าใจ ใช้บทความ วิดีโอ รีวิว หรือเคสจริง เพื่ออุ่นลูกค้าก่อนขาย
Direct Sales Ads: เสนอราคา โปรโมชัน แพ็กเกจ ปุ่มซื้อ ปุ่มทัก หรือข้อเสนอที่ต้องการให้ลูกค้าตัดสินใจทันที
ใช้ร่วมกันดีที่สุด: ใช้ Pre-Sell เพื่ออุ่นคนเย็น แล้วใช้ Retargeting / Direct Sales Ads ยิงต่อไปหาคนที่มีสัญญาณสนใจ

Pre-Sell Ads อยู่ตรงไหนใน Customer Journey

Customer Journey ของลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากเห็นแอดแล้วซื้อทันที แต่เริ่มจากการรับรู้ปัญหา สำรวจข้อมูล ประเมินตัวเลือก แล้วค่อยตัดสินใจซื้อ Pre-Sell Ads จึงเหมาะมากกับช่วง Awareness และ Consideration

1. Awareness

ทำให้ลูกค้ารู้ว่าปัญหานี้สำคัญและเกี่ยวกับเขา

2. Consideration

ให้ข้อมูล รีวิว เคสจริง และเหตุผลที่ช่วยให้ลูกค้าประเมินทางเลือก

3. Retargeting

ยิงซ้ำหาคนที่อ่านบทความ ดูวิดีโอ หรือมี Engagement แล้ว

4. Conversion

พาไปซื้อ ทักแชต สมัครคอร์ส จองคิว หรือกรอกฟอร์ม

ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับ Pre-Sell Ads

Pre-Sell Ads เหมาะกับธุรกิจที่ลูกค้าต้องการความมั่นใจก่อนซื้อ หรือธุรกิจที่การขายไม่ได้เกิดจากการเห็นโปรครั้งเดียวแล้วตัดสินใจทันที

ตัวอย่างธุรกิจที่เหมาะ

  • คอร์สเรียน: ลูกค้าต้องรู้ว่าเรียนแล้วได้อะไร เหมาะกับใคร และต่างจากคอร์สอื่นอย่างไร
  • บริการที่ปรึกษา: ลูกค้าต้องเชื่อความเชี่ยวชาญก่อนจ้าง
  • คลินิก: ลูกค้าต้องดูรีวิว ความปลอดภัย ราคา และผลลัพธ์ก่อนจอง
  • อสังหาและรถยนต์: ลูกค้าต้องใช้เวลาศึกษาและเปรียบเทียบ
  • สินค้าความงาม/อาหารเสริม: ลูกค้าต้องเข้าใจส่วนผสม วิธีใช้ รีวิว และความน่าเชื่อถือ
  • B2B: ลูกค้าต้องผ่านการประเมินหลายขั้นก่อนตัดสินใจ

คอนเทนต์แบบไหนใช้เป็น Pre-Sell ได้ดี

คอนเทนต์ Pre-Sell ที่ดีต้องไม่ใช่แค่ให้ความรู้ลอย ๆ แต่ควรเชื่อมกับปัญหา ข้อกังวล และเส้นทางการตัดสินใจของลูกค้า เพื่อทำให้เขาเห็นว่าทำไมสินค้า/บริการของเราถึงเกี่ยวข้องกับเขา

ประเภทคอนเทนต์ Pre-Sell ที่น่าใช้

  • บทความให้ความรู้: อธิบายปัญหาและวิธีคิดก่อนตัดสินใจ
  • วิดีโอสั้น: เล่า Pain Point, Myth, Checklist หรือข้อผิดพลาด
  • รีวิวลูกค้า: ให้ลูกค้าเห็นประสบการณ์จริงจากคนที่คล้ายเขา
  • Case Study: แสดงปัญหาก่อนทำ วิธีแก้ และผลลัพธ์หลังทำ
  • FAQ Content: ตอบข้อกังวลที่ลูกค้าถามซ้ำก่อนซื้อ
  • Comparison Content: เปรียบเทียบทางเลือกเพื่อช่วยให้ลูกค้าเข้าใจความต่าง

ถ้าต้องการใช้ AI ช่วยแตกไอเดีย Pre-Sell Content, Hook, Script และแผนคอนเทนต์ก่อนยิงแอด สามารถดูรายละเอียดได้ที่ คอร์ส AI Driven Marketing & Advertising

วาง Funnel จาก Pre-Sell ไปสู่ยอดขายอย่างไร

Pre-Sell Ads จะทำงานได้ดีเมื่อไม่ได้อยู่เดี่ยว ๆ แต่ถูกวางเป็นส่วนหนึ่งของ Funnel ที่ชัดเจน ตั้งแต่แอดให้ความรู้ ไปยัง Retargeting และแอดขายตรงในขั้นท้าย

Step 1 – Pre-Sell Content: ยิงแอดบทความ วิดีโอ หรือคอนเทนต์ให้ความรู้ไปหากลุ่มเป้าหมายใหม่
Step 2 – Engagement Audience: เก็บกลุ่มคนที่ดูวิดีโอ อ่านบทความ คลิกเว็บไซต์ หรือมี Engagement
Step 3 – Trust Builder: ยิงรีวิว FAQ Case Study หรือ Proof เพื่อเพิ่มความมั่นใจ
Step 4 – Sales Ads: ยิงข้อเสนอ โปร ราคา แพ็กเกจ หรือ CTA ไปหาคนที่เริ่มพร้อมซื้อ

ใช้ Retargeting ต่อจาก Pre-Sell Ads อย่างไร

Retargeting คือส่วนสำคัญที่ทำให้ Pre-Sell Ads ไม่กลายเป็นแค่คอนเทนต์ให้ความรู้ เพราะเมื่อมีคนดูวิดีโอ อ่านบทความ หรือคลิกดูรายละเอียดแล้ว ธุรกิจควรยิงแอดต่อไปหาคนเหล่านี้ด้วยข้อความที่ลึกขึ้น

Meta อธิบายว่า Retargeting ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มคนที่รู้จักธุรกิจแล้ว เช่น คนที่เคยเข้าเว็บไซต์ แอป ร้านค้า หรือเพจ Facebook ซึ่งเหมาะมากสำหรับการพาคนที่เคยมีสัญญาณสนใจจาก Pre-Sell Ads กลับมาเจอข้อเสนอที่ชัดขึ้น ดูข้อมูล Meta เรื่อง Retargeting

ตัวอย่าง Retargeting หลัง Pre-Sell

  • คนดูวิดีโอ 50% → ยิงรีวิวหรือเคสจริงต่อ
  • คนคลิกอ่านบทความ → ยิงแอดเชิญทักเพื่อประเมินปัญหา
  • คนเข้า Landing Page แต่ไม่ซื้อ → ยิง FAQ หรือข้อเสนอพิเศษ
  • คน Engage กับโพสต์หลายครั้ง → ยิงแอดขายตรงพร้อม CTA ชัดเจน
  • คนดูคอนเทนต์คอร์ส → ยิงแอดรายละเอียดคอร์สและรอบเรียน

วัดผล Pre-Sell Ads ต้องดู Metric อะไร

ข้อผิดพลาดใหญ่คือเอา Pre-Sell Ads ไปวัดด้วยยอดขายทันทีเหมือน Direct Sales Ads เพราะ Pre-Sell มีหน้าที่อุ่นลูกค้า ทำให้คนสนใจ เข้าใจ และพร้อมขึ้น ดังนั้นต้องวัดทั้ง Metric ระยะสั้นและผลต่อ Funnel ระยะถัดไป

Top Funnel: Reach, Video View, ThruPlay, Engagement, CTR, Landing Page View
Mid Funnel: Time on Page, Scroll Depth, Content View, Lead, Message, Retargeting Audience Size
Bottom Funnel: Cost per Lead, Conversion Rate, CPA, ROAS, Close Rate, Revenue จากคนที่ผ่าน Pre-Sell มาก่อน

ถ้าต้องการวางระบบวัดผลตั้งแต่ Pre-Sell Ads ไปจนถึงยอดขายจริง สามารถดูรายละเอียดได้ที่ บริการรับทำโฆษณา Facebook, TikTok และ Google Ads

Framework PRESELL สำหรับวางแคมเปญ

  1. P – Problem: เริ่มจากปัญหาที่ลูกค้ายังไม่เข้าใจหรือยังประเมินต่ำเกินไป
  2. R – Relevance: ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าปัญหานี้เกี่ยวกับเขาจริง
  3. E – Education: ให้ความรู้ด้วยบทความ วิดีโอ รีวิว หรือ Case Study
  4. S – Social Proof: ใส่หลักฐาน เช่น รีวิว ผลงาน เคสจริง หรือประสบการณ์ลูกค้า
  5. E – Engagement Signal: เก็บสัญญาณความสนใจ เช่น View, Click, Engagement, Website Visit
  6. L – Lead-in Offer: เสนอขั้นตอนเบา ๆ เช่น เช็กลิสต์ฟรี ปรึกษาฟรี หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติม
  7. L – Later Retarget: ยิงขายตรงตามหลังด้วยข้อเสนอที่ชัดขึ้น เมื่อกลุ่มเป้าหมายพร้อมกว่าเดิม

Masterclass: วิธีนำไปใช้ในธุรกิจจริง

Masterclass 1: คอร์ส Facebook Ads ที่ต้องอุ่นลูกค้าก่อนขาย

ลูกค้าที่สนใจเรียน Facebook Ads อาจยังไม่พร้อมสมัครทันที เพราะยังไม่รู้ว่าตัวเองติดปัญหาอะไร ควรเรียนแบบไหน หรือคอร์สนี้ต่างจากคลิปฟรีอย่างไร Pre-Sell Ads จึงควรใช้คอนเทนต์ที่ช่วยให้เขารู้ปัญหาก่อน

ถ้าโปรโมต คอร์ส Facebook Ads Zero to Advance อาจทำ Pre-Sell Content เช่น “5 สัญญาณว่าคุณยิงแอดเสียเงิน เพราะอ่านผลไม่เป็น” แล้ว Retarget คนที่อ่านหรือดูวิดีโอด้วยแอดรายละเอียดคอร์สและรอบเรียน

Masterclass 2: คลินิกหรือบริการราคาสูงที่ลูกค้าต้องเชื่อใจก่อนจอง

คลินิก บริการความงาม หรือบริการสุขภาพไม่ควรยิงขายตรงอย่างเดียว เพราะลูกค้าต้องเห็นความปลอดภัย รีวิว ขั้นตอน และความน่าเชื่อถือก่อนตัดสินใจจอง

Pre-Sell Ads อาจเป็นวิดีโออธิบายปัญหา บทความตอบคำถามก่อนทำบริการ หรือรีวิวเคสจริง จากนั้นค่อย Retarget ด้วยแอดจองปรึกษาหรือโปรเฉพาะช่วง

Masterclass 3: บริการรับทำโฆษณาที่ต้องพิสูจน์ความเชี่ยวชาญก่อนขาย

บริการรับทำโฆษณาเป็นบริการที่ลูกค้าต้องเชื่อทีมก่อนจ้าง ถ้าแอดพูดแค่ว่า “รับยิงแอด เพิ่มยอดขาย” อาจไม่ต่างจากตลาดทั่วไป ควรใช้ Pre-Sell Content แสดงวิธีคิด ความเชี่ยวชาญ และ Case Study ก่อน

ตัวอย่างคอนเทนต์อุ่นลูกค้า เช่น “ทำไมแอดใช้งบเยอะ แต่ยอดขายไม่ขึ้น”, “ยิงแอดแล้วคนทักเยอะ แต่ปิดไม่ได้ควรดูอะไร” หรือ “ก่อนเพิ่มงบแอด ควรเช็ก Funnel ตรงไหน” แล้วค่อยพาคนสนใจไปดู บริการรับทำโฆษณา Facebook, TikTok และ Google Ads

Danger Zone: จุดพลาดที่ควรเลี่ยง

1. ทำ Pre-Sell แต่ไม่มีขั้นตอนขายต่อ: ถ้าให้ความรู้อย่างเดียวแต่ไม่มี Retargeting หรือ CTA คนอาจสนใจแต่ไม่ซื้อ

2. วัดผลผิด Metric: เอาแอดให้ความรู้ไปวัดยอดขายทันที อาจทำให้ปิดแคมเปญเร็วเกินไป

3. คอนเทนต์ให้ความรู้แต่ไม่เชื่อมกับสินค้า: คนอ่านแล้วได้ความรู้ แต่ไม่รู้ว่าทำไมต้องซื้อหรือทักหาแบรนด์

4. ไม่มี Proof: ถ้าให้ความรู้อย่างเดียวแต่ไม่มีรีวิวหรือเคสจริง ลูกค้าอาจยังไม่มั่นใจ

5. Retargeting เร็วหรือแรงเกินไป: ถ้าลูกค้าเพิ่งดูวิดีโอ 3 วินาทีแล้วโดนแอดขายแรงทันที อาจรู้สึกถูกเร่งเกินไป ควรดูระดับ Engagement ให้เหมาะสม

Checklist ก่อนยิง Pre-Sell Ads

  • รู้หรือยังว่าลูกค้าไม่พร้อมซื้อเพราะติดข้อกังวลอะไร
  • มีคอนเทนต์อุ่นลูกค้าที่ตอบ Pain Point จริงหรือไม่
  • คอนเทนต์เชื่อมกับสินค้า/บริการของแบรนด์อย่างชัดเจนหรือไม่
  • มีรีวิว Case Study หรือ Proof ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือหรือไม่
  • มีแผน Retargeting คนที่ดูวิดีโอ คลิก หรืออ่านบทความหรือไม่
  • แยกแอด Pre-Sell กับ Direct Sales Ads ออกจากกันหรือไม่
  • เลือก Objective ให้ตรงกับหน้าที่ของแคมเปญหรือไม่
  • มี Landing Page หรือหน้าคอร์ส/บริการรองรับคนที่สนใจหรือไม่
  • ตั้ง Pixel / Dataset / Conversion Tracking พร้อมหรือยัง
  • วัดผล Funnel ต่อจาก Pre-Sell ไปถึง Lead, Message หรือ Purchase หรือไม่

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Pre-Sell Ads

1. Pre-Sell Ads คืออะไร

Pre-Sell Ads คือแอดที่ใช้คอนเทนต์นำหน้าการขาย เช่น บทความ วิดีโอ รีวิว หรือเคสจริง เพื่อทำให้ลูกค้าเข้าใจและมั่นใจก่อนเจอแอดขายตรง

2. Pre-Sell Ads เหมาะกับธุรกิจแบบไหน

เหมาะกับธุรกิจที่ลูกค้าต้องคิดก่อนซื้อ เช่น คอร์สเรียน คลินิก บริการที่ปรึกษา อสังหา รถยนต์ สินค้าราคาแพง และบริการที่ต้องใช้ความเชื่อใจสูง

3. Pre-Sell Ads ควรวัดยอดขายทันทีไหม

ไม่ควรวัดด้วยยอดขายทันทีอย่างเดียว เพราะหน้าที่หลักคืออุ่นลูกค้า ควรดู Engagement, Video View, Content View, Retargeting Audience และผลลัพธ์ในขั้นต่อไปด้วย

4. เริ่มทำ Pre-Sell Ads ควรเริ่มจากอะไร

เริ่มจากรวบรวมข้อกังวลของลูกค้า เช่น ราคา ความน่าเชื่อถือ วิธีใช้ ผลลัพธ์ หรือความเหมาะสม จากนั้นทำคอนเทนต์ที่ตอบข้อกังวลนั้น แล้ววาง Retargeting ต่อไปยังแอดขายจริง

สรุป: แอดที่ดีบางตัวไม่ได้ปิดการขายทันที แต่ทำให้ลูกค้าพร้อมซื้อกว่าเดิม

Pre-Sell Ads คือกลยุทธ์สำคัญสำหรับธุรกิจที่ลูกค้าต้องใช้เวลาตัดสินใจ เพราะแอดขายตรงเพียงอย่างเดียวอาจเร็วเกินไปสำหรับลูกค้าที่ยังไม่เข้าใจปัญหา ไม่รู้จักแบรนด์ หรือยังไม่มั่นใจพอ

การใช้บทความ วิดีโอ รีวิว เคสจริง และ FAQ เพื่ออุ่นลูกค้าก่อน จะช่วยให้คนที่เห็นแอดมีความเข้าใจมากขึ้น และเมื่อยิง Retargeting หรือ Direct Sales Ads ตามไปในจังหวะที่เหมาะสม โอกาสปิดการขายก็จะดีขึ้น

หัวใจของ Pre-Sell Ads คือไม่ใช่การทำคอนเทนต์ให้ความรู้แบบลอย ๆ แต่ต้องวางเป็น Funnel ที่ชัดเจน ตั้งแต่ปัญหา ความเข้าใจ Proof, Engagement, Retargeting และข้อเสนอสุดท้ายที่พาลูกค้าไปสู่การซื้อจริง

สำหรับคนที่อยากเรียน Facebook Ads แบบครบตั้งแต่การวาง Funnel, Pre-Sell Content, Retargeting และการวัดผล สามารถดู คอร์ส Facebook Ads Zero to Advance และถ้าต้องการใช้ AI ช่วยวางแผนคอนเทนต์ โฆษณา และ Funnel สามารถดู คอร์ส AI Driven Marketing & Advertising

อย่ายิงขายตรงอย่างเดียว ถ้าลูกค้ายังไม่พร้อมซื้อ ให้ใช้ Pre-Sell Ads อุ่นลูกค้าก่อน แล้วค่อยปิดการขายในจังหวะที่เหมาะกว่า

ถ้าคุณต้องการเรียน Facebook Ads แบบเป็นระบบ ตั้งแต่การวาง Funnel, Pre-Sell Content, Retargeting, Creative Testing ไปจนถึงการวัดผล หรืออยากให้ทีมมืออาชีพช่วยวางแผนโฆษณาและคอนเทนต์อุ่นลูกค้าให้เชื่อมกับยอดขายจริง DigitalD2M มีทั้งคอร์สเรียนและบริการให้เลือกตามเป้าหมายธุรกิจของคุณ

DigitalD2M — วางกลยุทธ์ Facebook Ads, Meta Ads, Pre-Sell Content, Retargeting และระบบวัดผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างวัดผลได้